นายกฯ ปลื้มโอท็อปขึ้นเครื่องบินไทย พช.ชี้กระจายตลาดต่อยอดศก.ฐานราก

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2559 ณ อาคารผู้โดยสารขาออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “โอท็อปไทยจากท้องถิ่นบินสู่ท้องฟ้า” และร่วม ลงนามข้อตกลงร่วมมือโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ otop เพื่อจำหน่ายเครื่องบินระหว่าง 8 หน่วยงาน ประกอบด้วย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย/บริษัท การบินไทย จำกัด( มหาชน) /กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ /บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) /บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด/ บริษัท คิงเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด /บริษัท ไทยแลนด์ มอลล์ (ประเทศไทย) จำกัด และกรมพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย ณ จุดเช็กอินบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ และเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนาสินค้าโอท็อปเพื่อจำหน่ายบนเครื่องบิน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในพิธีเปิดงานตอนหนึ่งว่า “ผลิตภัณฑ์ที่ขายจากท้องถิ่นสู่ท้องฟ้า อยากให้ต่อยอดการขายสู่ท้องน้ำหรือการขายในเรือด้วย วันหน้าจะทำให้คนทั้งโลกรู้จัก โอท็อปของไทยนี่คือสตอรี่ที่เราจะต้องสร้าง เหมือนที่รัฐบาลนี้กำลังสร้างหนังใหญ่เรื่องการปฏิรูปประเทศ ซึ่งการปฏิรูปประเทศต้องมาจากอดีต ปัจจุบันและอนาคต เป็นอนาคตประเทศที่แฮปปี้เอนดิ้ง และ วันนี้รู้สึกดีใจที่ได้เห็นสินค้าโอท็อปเติบโตมีศักยภาพ ซึ่งต้องขอบคุณผู้ที่จัดงานวันนี้ ต้องใช้คำว่าเป็น โอท็อปประชารัฐ ทั้งนี้ ไม่ได้ไปรื้อโอท็อปออก เพราะ โอท็อปก็คือโอท็อป แต่เป็นโอท็อปประชารัฐ นั่นคือการที่ทุกคนมีส่วนร่วม “

IMG_2927_resizeด้าน พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ประชารัฐเพื่อจำหน่ายบนเครื่อง หรือ “OTOP ขึ้นเครื่องว่า เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาของคนไทยที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถเข้าถึง และตอบสนองความต้องการของตลาดได้ในทุกระดับ

ทั้งนี้ในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อจำหน่ายบนเครื่องบินในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมทั้งมีพิธีลงนามความร่วมมือโครงการพัฒนาสินค้า OTOP เพื่อจำหน่ายบนเครื่องบิน  ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการคัดเลือกและพัฒนาผลิตภัณฑ์

สำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า OTOP ตามโครงการนั้น สามารถแบ่งช่องทางการจัดจำหน่าย ได้เป็น 3 ช่องทางคือ 1. จัดวางบนเครื่องบินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยจัดทำเป็น “OTOP แคตตาล็อก” จัดวางบนเครื่องบินทุกเที่ยวบิน ซึ่งผู้โดยสารสามารถสั่งซื้อสินค้าได้จากแคตตาล็อกดังกล่าว จำนวน 128 รายการ ซึ่งจัดทำโดย บริษัท ไทยแลนด์ มอลล์ จำกัด ร่วมกับ กรมพัฒนาชุมชน2.การจำหน่ายผ่านระบบ E-Commerce ในเว็บไซต์ www.thailandmall.com โดยมีบริการจัดส่งสินค้าถึงที่ปลายทาง และ

และ 3. การวางจำหน่ายในบูธ “ศาลาไทย” ร้านค้าปลอดภาษี ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งมีบริษัท คิงเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่าย

อย่างไร ก็ตามการดำเนินการในครั้งนี้รัฐบาลมีความมุ่งหวังว่าการจัดให้มีช่องทางการ จัดจำหน่ายในระดับที่เป็นสากลจะสามารถช่วยยกระดับการจัดจำหน่ายสินค้า OTOP ของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลเพิ่มมากขึ้น  ซึ่งสินค้า OTOP ส่วนใหญ่ล้วนมีการดำเนินการส่งเสริมตามแนวทางประชารัฐ เพื่อเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับฐานรากของประเทศให้เข้มแข็งต่อไป

ด้าน นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า “เป็นเรื่องที่ดี ที่ทุกฝ่ายหันมาให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและขยายช่องทางทางการตลาดให้กับสินค้าชุมชน ที่จะเป็นแรงผลักดัน ให้ชุมชน มีรายได้ และยกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐานสากลมากขึ้น ต่อยอดแนวทางการพัฒนาและสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคงเข้มแข็งและยั่งยืน ตามแนวทางประชารัฐ ซึ่งเป็นแนวทางที่กรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินการมาโดยตลอด