อัลจาซีร่า – ชาวอิสราเอลนับหมื่นคนต้องหลบหนีจากไฟป่าในเมืองไฮฟา ขณะที่นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูออกมาขู่ว่า ถ้าพบหลักฐานใดๆ ว่าเป็นการลอบวางเพลิงจะถูกถือว่าเป็น “การก่อการร้าย” ทันที
เหตุจากความแห้งแล้งกว่าสองเดือน รวมทั้งจากภาวะลมแรงยิ่งโหมไฟใหม้ซึ่งได้แพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของประเทศ
ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้ออกมากล่าวว่า บุคคลใดที่อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดไฟไหม้อย่างจงใจจะถูกลงโทษ
“เรากำลังเผชิญกับนักวางเพลิงก่อการร้าย เบื้องหน้าของนักวางเพลิงก่อการร้ายเรายังต้องเผชิญการยั่วยุและการลอบวางเพลิง. สำหรับเราพวกเขาเป็นพวกเดียวกัน และเราจะบังคับใช้กฎหมายของเราอย่างเต็มรูปแบบเพื่อหาตัวผู้รับผิดชอบ” เขากล่าว
“มันเป็นไปได้ทุกทางที่จะเป็นการกระทำความผิดทางอาญา และสำหรับเรามันก็เป็นไปได้ทุกทางเช่นกันที่จะเป็นการก่อการร้าย”
ควันได้พวยพุ่งปกคลุมเมืองไฮฟา เจ้าหน้าที่ต้องสั่งให้ชาวบ้านกว่า 80,000 คนอพยพออกจากเมือง มีบ้านเรือนหลายหลังถูกเผา
นักดับเพลิงกำลังทำการดับไฟ แต่บางบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักเกินกว่าจะซ่อมแซม
ทางหลวงสายหลักระหว่างเมืองไฮฟากับกรุงเทลอาวีฟถูกปิดเป็นครั้งคราวในวันพฤหัสบดี ขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามที่จะดับไฟ
เพลิงไหม้ยังส่งผลกระทบต่อพื้นที่บางส่วนของเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอบครองและในพื้นที่ใกล้กับกรุงเยรูซาเล็ม ซึ่งบางส่วนถูกปกคุลมด้วยเปลวไฟ
ทางการอิสราเอลได้จับกุมชาวปาเลสไตน์อิสราเอล 4 ราย แต่ผู้พิพากษาได้ปล่อยตัวหลังจากนั้นไม่นานโดยอ้างว่าขาดหลักฐานที่เชื่อมโยงพวกเขากับเหตุไฟไหม้
มิกกี้ โรเซนฟิลด์ โฆษกตำรวจอิสราเอลกล่าวว่า “ในขณะนี้เรากำลังตรวจสอบว่าเหตุเพลิงไหม้เริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร เราเชื่อว่าการเกิดเพลิงไหม้เริ่มต้นโดยบุคคลที่หนีออกจากสถานที่เกิดเหตุ”
“มีรายงานจำนวนหนึ่งที่เราได้รับ และดังนั้น ในขณะนี้เรายังคงเราดำเนินการสองทางต่อไป ทั้งการดับไฟ และจัดการกับสถานการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในและรอบๆ เมืองไฮฟา”
หลายประเทศรวมทั้งประเทศตุรกีได้เสนอให้ความช่วยเหลือ ซึ่งตามที่คาดการณ์ไว้ลมจะแรงมากขึ้นในวันต่อๆ ไป