ช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม เป็นช่วงหมดฤดูฝน และเข้าฤดูหนาว เหมาะกับการรวมกลุ่มชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวในที่ที่มีอากาศหนาว แล้วจะไปไหนดีล่ะ เมื่อปลายปีก็เพิ่งขึ้นเหนือไปสัมผัสอากาศเย็น (เพราะไม่หนาว) แบบสโลวไลฟ์ที่บ้านแม่กำปอง จังหวัดเชียงใหม่ มาแล้ว พอปลายปีก็อยากเปลี่ยนบรรยากาศไปสัมผัสความหนาวเย็นที่อีสานกันบ้าง
ที่นี่ ไง ใช่เลย!! “เชียงคาน” จังหวัด “เลย” คือคำตอบ เมืองเชียงคาน จ.เลย เป็นเมืองที่ไม่น่าผ่าน “เลย” เหมือนชื่อจังหวัด
เชียงคาน เป็นอำเภอเล็กๆ กะทัดรัด แต่มีทุกอย่างครบแม้กระทั่งเซเว่น แต่ๆ อย่าทำเป็นเล่นไป เซเว่นที่เชียงคานมีหนึ่งเดียวในประเทศไทย เป็นร้านเซเว่นที่สร้างด้วยไม้ เพื่อไม่ให้แตกต่างแต่พยายามทำให้กลมกลืนกับรูปแบบเมืองเชียงคานที่เน้นไม้เป็นหลัก ให้สมกับเป็นเมืองเนิบช้า ออกแนวสโลว์ไลฟ์
เชียงคานตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง จ.เลย เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีมนต์ขลังน่าหลงใหลและมนต์เสน่ห์น่ารัก เป็นเมืองที่เรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่น่าค้นหากับเสน่ห์ของบ้านไม้เก่าริมแม่น้ำโขง (ฝั่งตรงข้ามเป็นประเทศลาว ชวนให้นึกถึงพ่อ (ฝรั่ง) แม่ (ลาว) ของพระเอกหนุ่มคนดัง “อนันดา เอเว่อร์ริ่งแฮม” ที่ชวนกันว่ายน้ำข้ามโขงหนีมาฝั่งไทย เป็นเรื่องราวที่แสนโรแมนติคอย่างมาก )
วิถีชีวิตชาวชุมชนบ้านเรือนไม้ริมแม่น้ำโขง ที่เรียบง่าย จนมีนักท่องเที่ยวกล่าวไว้ว่า ถ้าอยากมาใช้ชีวิต “เนิบช้า” ให้มาที่เชียงคาน จ.เลย แม้แต่นักเขียนคนโปรด “มนันยา” ผู้โด่งดังจากหนังสือชุดชาวเขื่อนและเรื่องสั้นแปลหักมุม ยังมาใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ (เนิบช้า) ที่ อ.เชียงคาน จ.เลย “มนันยา” เล่าว่า ที่อำเภอเชียงคาน มีทุกอย่างครบ จนสามารถมาอยู่ใช้ชีวิตช่วงหลังเกษียณได้อย่างสบายๆ
การเดินทางเพื่อไปสัมผัสอาการหนาวแบบสโลว์ไลฟ์ที่เชียงคาน กับผองเพื่อนที่รู้ใจ เริ่มต้นขึ้นด้วยระยะทาง 582 กม.++ ออกจากกรุงเทพฯ ด้วยรถตู้ ต้นทางพระราม2 เวลา 05.00 น. เข้าวิภาวดี-รังสิต ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) มุ่งหน้าไปทางสระบุรี ถึงสระบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 มุ่งหน้าไป ลพบุรี เพชรบูรณ์ เมื่อถึงแยกหล่มสัก ก็ตรงขึ้นไป อ.ด่านซ้าย อ.ภูเรือ (ถนน 203) ก่อนจะถึงตัวเมืองเลยให้เลี้ยวซ้าย ไป อ.เชียงคาน ปกติจะใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 9 ชั่วโมง แต่เราใช้เวลา 12 ชั่วโมง (ขับไปเรื่อยๆ แวะทุกที่ ทานข้าว ถ่ายรูปสถานที่ท่องเที่ยว เข้าห้องน้ำ ก็เราไม่รีบ ถึงเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น) บรรยากาศ สองข้างทาง ในช่วงเดือนท่องเที่ยวที่อากาศเริ่มเย็น เราจะได้เห็นต้นไม้เขียวขจีตาม รีสอร์ต ต่างๆ ยิ่งเข้าเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ สระบุรี จะยิ่งเห็นรีสอร์ตตกแต่งสวยงาม เพื่อเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวมากมาย (เพราะเป็นช่วงเทศกาลทำเงิน)
อยากหยุดเวลาไว้ที่เชียงคาน เริ่มต้นขึ้นแล้ว ขอเล่า การตั้งชื่อเรื่องเที่ยวเชียงคาน เป็นเรื่องที่คิดหนักมาก เพราะบรรยากาศหลายๆอย่าง ที่ได้ไปสัมผัสมา มันโดนใจไปหมด จะตั้งชื่อว่า “เวลาเดินช้าที่เชียงคาน” ก็ใช่ …จะตั้งว่า “รักแล้วยิ่งรักเลย” ก็โดน ..จะตั้งว่า “ฉัน กับเชียงคาน กับเพื่อนๆ ที่รู้ใจ” ก็ตรง สุดท้าย มาลงตัวที่ “อยากหยุดเวลาไว้ที่เชียงคาน” เพราะมันใช่ที่สุดแล้ว
เรามาถึงเชียงคานประมาณ 5 โมงเย็น ที่พักเป็นบ้านหลังใหญ่ติดถนนชายโขง ใกล้วัดศรีคุณเมือง อยู่หัวมุมถนนคนเดินเชียงคานทางทิศเหนือ เราไปถึงช่วงเย็นๆ อากาศกำลังเย็นสบาย หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คืนนี้หรือพรุ่งนี้เช้า เราคงได้สัมผัสอากาศหนาวสมใจ(อยาก)
เชียงคานเป็นเมืองเนิบช้าจริงๆ เงียบ สงบ นิ่ง อยู่กันตามประสาชาวบ้าน ในชุมชนเหมาะกับการมาใช้ชีวิตสโลว์ไฟล์ (มาอยู่จริงๆ) หลังเกษียณ เมืองสะอาด บรรยากาศดี อากาศก็ดี อยู่ติดแม่น้ำโขง ใกล้วัด ใกล้ตลาด ใกล้ธนาคาร ใกล้โรงพยาบาล ไม่ไกลจากสนามบิน ผู้คนก็ยิ้มแย้ม และยังใกล้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ อาหารก็อร่อย ราคาไม่แพง
กิจกรรมเนิบช้าเมื่อมาเชียงคาน จนอยากหยุดเวลาไว้นานๆ
– เดินชม ถ่ายรูปบ้านไม้เก่า ที่ดัดแปลงมาเป็นโรงแรม/ ร้านกาแฟเก๋ๆ ชมวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิม - เดินเล่นบนสะพานไม้ ริมแม่น้ำโขง จิบกาแฟ ชื่นชมวิวแม่น้ำโขง พูดคุยกับเพื่อนๆ ที่รู้ใจ
– เดินชิวๆ ชมร้านค้า เลือกซื้อของฝาก ของกิน บนถนนคนเดินเชียงคาน พร้อมกินข้าวเหนี่ยวจี่ ปิ้งร้อนๆ ไปด้วย - ปั่นจักรยานเอื่อยๆ รอบเมืองเล็กๆ แวะไปซื้อขนมที่เซเว่นเรือนไม้ แวะตลาดเชียงคาน ช้อปปิ้งของกิน ของฝาก เช่น หมอน ที่นอน ผ้าห่ม แฮนด์เมด ทำจากผ้าฝ้าย ของฝากจากเชียงคาน
– เดินหรือปั่นจักรยาน ชมวัด ไห้วพระ ..ที่เชียงคาน ใกล้ถนนคนเดิน มีวัดอยู่ 3 วัด ได้แก่ วัดศรีคุณเมือง, วัดมหาธาตุ, วัดท่าคก
– ทานอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อ เช่น ปลาแม่น้ำโขง, ข้าวเปียกญวน, อาหารอีสาน มะพร้าวแก้วภูทอก หอมหวานอร่อย ของฝากยอดนิยมจากเชียงคาน
– อีก 1 กิจกรรมที่ห้ามพลาด! ตักบาตรข้าวเหนียว เป็นวิถีชีวิตชาวเชียงคานที่มีมานานแล้ว เป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวเชียงคานไม่เคย ”พลาด” กิจกรรมนี้
เดินเล่นถนนคนเดินเชียงคานที่ยาวที่สุด
ยามค่ำคืน เราเดินเล่น หาซื้อของกิน ของฝาก ไปบนถนนคนเดินริมแม่น้ำโขง ท่ามกลางผู้คนคับคั่ง เพราะเป็นวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ บรรยากาศยามค่ำคืน สวย โรแมนติค น่าเดินเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะสถานที่สะอาด สวยงาม เป็นระเบียบ บ้านไม้เก่าก็นำมาดัดแปลง เป็นโรงแรม ร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ในชื่อที่เท่ห์ๆ เก๋ๆ ชวนให้หยุดถ่ายรูปเป็นระยะๆ ร้านขายของฝากน่าเลือกซื้อ ร้านขายของกิน ก็น่ากินไปหมด ตื่นตาตื่นใจ เดินเพลิน ไม่กลัวเหนื่อยกันเลย
ถนนคนเดินเชียงคาน ตั้งอยู่บนถนนชายโขง” เป็นชื่อของถนนสายสั้นๆ” ริมแม่น้ำโขง ที่มีความยาวเกือบ 3 กิโลเมตร ถ้าเป็นถนนก็เป็นถนนที่สั้นมากๆ แต่เมื่อเป็นถนนคนเดิน จึงเป็นถนนคนเดินที่ยาวมาก เดินไป-กลับ ประมาณ 6 กิโล!!!
เราหวังว่าจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของความหนาวเย็นสัก 10-12 องศา หลังจากฝันสลายที่แม่กำปอง เพราะอากาศแค่เย็นๆ เท่านั้น เมื่อมาเที่ยวเชียงคานปลายปีที่เขาว่ากันว่า ยังไงก็ต้องได้สัมผัสกับอาการหนาว (พยากรณ์อากาศก็บอก) แต่ฝันสลายอีกแล้ว ! เพราะว่าอากาศก็แค่เย็น ไม่รู้สึกหนาวเลย (แม้แต่ตอนเช้า) ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว หมวกไหมพรม ผ้าพันคอ กับการเดินบนถนนเบียดคนจำนวนมาก กับระยะทางไป-กลับเกือบ 6 กิโล พร้อมหอบหิ้วของฝากของกิน จนเริ่มรู้สึกร้อนขึ้นเรื่อยๆ
“เมื่อคืนยังหนาว 10 องศาอยู่เลย แต่ทำไมคืนนี้ร้อนก็ไม่รู้” เป็นคำบอกเล่าของแม่ค้าขายข้าวไข่เจียว ที่เหงื่อตก มือเป็นระวิงทอดไข่ให้ลูกค้าที่ยืนรอเต็มร้าน “เราได้คำตอบ สำหรับคำบ่นว่า ทำไมเชียงคานถึงร้อน “ จะได้กินข้าวไข่เจียวแบบมีความสุขล่ะ
เชียงคานที่สัมผัสได้
เชียงคาน ยังคงมีความหนาวให้สัมผัสอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ตลอด 2 คืน 3 วัน ที่เราอยู่เชียงคาน ไม่ได้สัมผัสอากาศหนาวแม้แต่น้อย ได้แค่อากาศเย็นสบาย แต่เราได้สัมผัสกับบรรยากาศอบอุ่น สวยงาม เรียบง่าย เหมือนให้เราได้หยุดคิด ได้พัก ได้ปลดปล่อยภาระทั้งหลาย(ชั่วคราว) กับความสวยงามของแม่น้ำโขงและบรรยากาศที่คลาสสิกแบบวิถีชาวบ้านแท้ๆ ยิ่งเมื่อได้เดินเล่นบนสะพานไม้ริมแม่น้ำโขง ที่ทอดยาวกว่า 3 กิโล เพ่งมองแม่น้ำโขงไหลเอื่อยๆ อยู่ข้างหน้า มีเรือหางยาวที่ชาวบ้านขับมาเป็นส่วนประกอบของทิวทัศน์ ก็ยิ่งงดงาม
ได้เห็นบ้านไม้เก่า ที่นำมาดัดแปลง ตกแต่งสวยๆเก๋ๆ ในหลายๆ รูปแบบ แต่เข้ากับวิถีชุมชนดั้งเดิม พร้อมจิบกาแฟร้อนๆ หอมๆ ..ได้คุยกับเพื่อนๆ ที่รู้ใจ บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้กันฟัง ในบรรยากาศสบายๆ ไม่เร่งรีบ จึงเป็นที่มาของชื่อเรื่อง “อยากหยุดเวลาไว้ที่เชียงคาน” เพราะตรงที่สุด
ในช่วงเวลานั้น
หน้าหนาว ปีนี้ ถ้ามีวันหยุดหลายวัน แนะนำให้ไปเที่ยวเชียงคาน “แล้วคุณจะรู้สึกได้เหมือนกับพวกเราที่รู้สึก”