เฟสบุ๊คเผย เฉพาะครึ่งปีแรก 2016 รัฐบาลทั่วโลกขอข้อมูลบัญชีผู้ใช้เพิ่มขึ้นถึง 27%

เว็บไซต์แอนตี้มีเดีย (theantimedia.org) รายงานอ้างข้อมูลจากการเปิดเผยของ “เฟสบุ๊ค” เว็บไซต์โซเชียลมีเดียยอดนิยม ระบุว่า เฉพาะช่วงครึ่งปีแรกของปี 2016 รัฐบาลทั่วโลกร้องขอข้อมูลบัญชีผู้ใช้เฟสบุ๊ค เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 27

รายงานอย่างเป็นทางการของเฟสบุ๊คบอกว่า การร้องขอข้อมูลบัญชีผู้ใช้ในช่วงปลาย 2015 มีจำนวนถึง 46,710 คำขอ และเพิ่มขึ้นเป็น 59,229 คำขอในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2016 บริษัทเฟสบุ๊คเพิ่มเติมด้วยว่า จากคำข้อเหล่านี้อย่างน้อย 56 เปอร์เซนต์ มีคำสั่งเป็นนัยว่า “ไม่ให้ทางเฟสบุ๊คแจ้งให้เจ้าของบัญชีทราบ”

เฟสบุ๊คบอกด้วยว่า หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากทั่วโลก ส่วนใหญ่มักจะส่งคำขอแบบจำกัด เรียกร้องเฟสบุ๊คให้ลบเนื้อหาที่มีอยู่ในสังคมโซเชียลแห่งนี้ โชคดีที่ปีนี้คำขอเหล่านี้ลดลงอย่างมาก จาก 55,827 คำขอ ในครึ่งหลังของปี 2015 เหลือเพียง 9,663 คำขอในปี 2016 เท่ากับลดลงร้อยละ 87 ส่วนใหญ่ของคำขอแบบนี้ในปี 2015 วนเวียนอยู่กับ ข้อจำกัดทางด้านเนื้อหาของประเทศฝรั่งเศสที่เกี่ยวข้องกับภาพหนึ่งจากการโจมตีโดยผู้ก่อการร้าย ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2015

นอกจากนี้เฟสบุ๊คยังใช้รายงานชิ้นนี้ เปิดเผยเป็นครั้งแรกในสิ่งที่บริษัทปฏิบัติเมื่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายขอ “สแน็ปช็อต” (snapshot) ของบัญชีผู้ใช้ที่อาจเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายด้วยเหตุผลที่ไม่เปิดเผย

“คำขอให้เก็บรักษาข้อมูล” (preservation requests) เหล่านี้ หมายถึง ขอให้เก็บรักษาข้อมูลหลักฐานไว้ก่อนระหว่างรอกระบวนเอกสารทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ ซึ่งการประมวลผลของเว็บไซต์สื่อโซเชียลสามารถทำการเก็บสถานะไว้ชั่วคราวสำหรับการเรียกใช้คืนในภายหลังที่เรียก “สแน็ปช็อต” เฟสบุ๊คบอกว่าบริษัท “ไม่ได้เปิดเผยบันทึกใดๆ ที่เก็บรักษาไว้  เว้นแต่และจนกว่าเราจะได้รับกระบวนการทางกฎหมายอย่างเป็นทางการและถูกต้อง” ในครึ่งปีแรกของปี 2016 เฟสบุ๊คได้รับ 38,675 คำขอให้เก็บรักษาข้อมูลซึ่งเชื่อมโยงกับ 67,129 บัญชี

นอกจากนี้เฟสบุ๊คยืนยันว่า จะไม่ให้ประตูหลังบ้าน (back doors) แก่หน่วยงานบังคับใช้ใช้กฎหมายใดๆ เพื่อเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้

ประตูหลัง หรือ back door ในทางคอมพิวเตอร์ หมายถึง รูรั่วของระบบรักษาความปลอดภัยที่ผู้ออกแบบหรือผู้ดูแลจงใจทิ้งไว้ เพื่อเปิดทางให้ผู้อื่นสามารถเข้ามาในระบบได้