โอกาสและอุปสรรคของ‘ธุรกิจ’อาหารมุสลิมใน‘จีน’ ก้าวสู่อาหารฮาลาล

ชาวจีนถือว่าเรื่อง อาหารการกินนั้นเป็น  เรื่องใหญ่ กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่อยู่ในผืนแผ่นดินจีนจึงได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมฮั่น (ชาวจีนส่วนใหญ่เป็นชาวฮั่น) โดยเฉพาะอาหารของชาวหุยก็มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ธุรกิจทางด้านอาหารของชาวหุยจึงมีเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญในชุมชนเมือง อาหารของชาวหุย (รวมทั้งอาหารของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่นับถือศาสนาอิสลาม) นี้เรียกอีกแบบว่าอาหารชิงเจิน (Qing zhen) หรืออาหารฮาลาลนั่นเอง ธุรกิจทางด้านอาหารแบบชิงเจิน จึงเป็นธุรกิจที่ตอบสนองความต้องการต่อผู้บริโภคในกลุ่มเอง ขณะเดียวกันก็กลายเป็นเครื่องมือในการสร้างอาชีพได้  อย่างไรก็ตามอาหารการกินของชาวหุยนี้ย่อมมีส่วนให้วัฒนธรรมทางด้านอาหารของ จีนมีความหลากหลายมากขึ้น

ความ แตกต่างทางด้านอาหารการกินของชาวมุสลิมในประเทศจีนนั้น ดูเหมือนจะได้รับความสะดวกไม่น้อย เพราะได้รับการสนับสนุนและดูแลจากรัฐบาลอย่างดี ทั้งนี้เพื่อเป็นการเคารพวัฒนธรรมต่างๆ ของกลุ่มชนชาติต่างๆ ซึ่งจะดูแลตั้งแต่การเชือดสัตว์ตามศาสนบัญญัติ การแปรรูปจนกระทั่งถึงการประกอบอาหารและของว่างต่างๆ ของชาวมุสลิมจีน สามารถสัมผัสได้จากองค์กรหรือหน่วยงานที่มีมุสลิมในจีนจะต้องมีการจัด สวัสดิการทางด้านนี้ เช่นในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาที่มีมุสลิมอยู่ จะต้องมีโรงอาหารมุสลิม ส่วนมากจะมีการแยกส่วนออกโรงอาหารทั่วไปอย่างเด่นชัด  บางแห่งมีป้ายระบุอย่างชัดเจนว่าโรงอาหารมุสลิมหรือที่นั่ง (รับประทานอาหาร) สำหรับมุสลิมโดยเฉพาะ ถ้าหน่วยงานหรือองค์กรใดที่มีมุสลิมไม่มาก ก็จะมีการจัดให้เป็นเบี้ยเลี้ยงค่าอาหาร หรือค่าชดเชยในส่วนที่เกี่ยวข้องแทน แม้กระทั่งการจัดอาหารสำหรับผู้ป่วยก็มีข้อกำหนดที่ระบุอย่างชัดเจนว่า โรงพยาบาลระดับเมืองหรือระดับแขวงหรืออำเภอ จะต้องจัดอาหารให้กับคนไข้ที่เป็นมุสลิมเป็นต้น

เรา สามารถพบร้านอาหารและภัตตาคารแบบชิงเจินในเมืองใหญ่ๆ ของจีนได้ โดยปกติแล้วร้านอาหารจะมีเอกลักษณ์ที่ค่อนข้างจะชัดเจนนอกจากจะมีตัวอักษร จีนกำกับแล้ว ยังมีภาษาอาหรับประกอบด้วย เมืองสำคัญต่างๆ ก็จะมี ภัตตราคารของมุสลิมไม่น้อย เช่น ร้าน Donglaishun, kaorouyuan ในเมืองปักกิ่ง Donglaishun เป็นร้านขายอาหารประเภทเนื้อแกะกระทะ ที่มีชื่อเสียง มีประวัติร่วมร้อยปี คนที่ก่อตั้งเป็นชาวหุยในปักกิ่ง เป็นร้านที่มีขนาดใหญ่และปัจจุบันนี้ก็มีหลายสาขา ร้าน kaorouyuan เป็นร้านขายอาหารประเภทย่างปิ้งเนื้อแกะเป็นหลัก มีการคัดเลือกวัสดุที่นำมาใช้อย่างประณีต เนื้อที่ทำออกมามีลักษณะกรอบนอกนิ่มใน เนื้อหอมอร่อยไม่เลี่ยน เป็นร้านที่มีชื่อเสียงในปักกิ่งบุคคลสำคัญต่างๆ ของจีนในอดีต ได้ไปใช้บริการประจำ นอกจากนี้แล้ว ยังมีภัตตาคารและร้านอาหารชิงเจินที่มีชื่อเสียงในเมืองต่างๆ อีกไม่น้อย เช่น ร้านเกี๊ยว Enqinghe ในเมืองเทียนสิน ร้าน Laobaoxing ในเมืองนานกิง ร้าน Yuehualou ในเมืองซีอาน ร้าน Xinfachun ในมองโกเลีย ในที่นี้ยังไม่ได้กล่าวถึงภัตตาคารที่อยู่ในเมืองหยินชวน หลานโจว คุนหมิง ซึ่งมีชาวหุยที่หนาแน่นกว่า

กลุ่ม ชนชาติที่นับถือศาสนาในจีนมี 10 กลุ่ม มีมุสลิมมากกว่า 30 กว่าล้านคน ผลจากการสำรวจพบว่า อาหารของชาวมุสลิมในจีนประมาณ 5,000 ชนิด อาหารว่างเกือบ 1,000 อย่าง ธุรกิจอาหารของฮาลาลจึงถือได้ว่ามีความสมบูรณ์แบบในตัวมันเอง ขณะเดียวกัน ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีปริมาณในการเลี้ยงวัวและแกะ ที่มั่นคงที่สุดในโลก ปริมาณเนื้อวัวที่ผลิตได้ต่อปีมีประมาณ 50 ล้านตัน ปริมาณในการส่งออกอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก วัตถุดิบและทรัพยากรที่ใช้ในการผลิตอาหาร     ฮาลาลมีความอุดมสมบูรณ์มาก

งาน แสดงสินค้าและอาหารฮาลาลชิงไห่  เริ่มจัดเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2550 สำหรับปี พ.ศ. 2553 นี้เพิ่งจะจัดเสร็จเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีคณะกรรมการกระชับความสัมพันธ์การค้าระหว่างประเทศจีน คณะรัฐบาลของมณฑลชิงไห่ สมาคมนำเข้าส่งออกอุตสาหกรรมเบาของจีน สมาคมอิสลามในประเทศจีน สมาพันธ์การค้าเกษตรของกลุ่มประเทศอาหรับ สมาคมการค้ามาเล-จีนเป็นต้นเป็นเจ้าภาพในการจัด มณฑล   ชิงไห่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต ที่ราบสูงทางทิศตะวันตกของประเทศจีน ทางเหนือติดกับมณฑลซินเจียง และกานซู่ ทางใต้ติดกับซื่อชวน(เสฉวน) และทิเบต เป็นต้นน้ำของแม่น้ำฉางเจียง (แยงซีเกียง) หวงเหอ (แม่น้ำเหลือง) หลันชาง (แม่น้ำโขง) พื้นที่ทั้งสิ้น 720,000 ตร.กม. ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศ ชิงไห่มีประชากรมุสลิมกว่า 753,378 คน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 15.62% ของประชากรทั้งหมด เนื่องจากชิงไห่มีมุสลิมค่อนข้างมาก ดังนั้นรัฐบาลจึงได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน กระบวนการผลิต และจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการอาหารฮาลาลในมณฑล และเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ เพื่อแสดงศักยภาพของการผลิตอาหารฮาลาลของชิงไห่ ในงานมีการจัดแสดงสินค้า และอาหารฮาลาลภายในประเทศมากมาย แล้วยังประกอบด้วยการแสดงสินค้าอาหารจากประเทศต่างๆ เช่น ประเทศซาอุดิอาระเบีย

อิหร่าน อียิปต์ ตุรกี ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น รัสเชีย เป็นต้น ภายในงานถือว่าเป็นโอกาสในการแสดงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่หลากหลายของจีนตั้งแต่อาหารฮาลาล เสื้อผ้าสไตล์ชนชาติ หัตถกรรมต่างๆ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้นักธุรกิจต่างชาติรู้สึกทึ่งในความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลาย นักธุรกิจชาวอิหร่านที่มาร่วมงานดังกล่าวกล่าวว่า เธอเยือนมณฑลชิงไห่เป็นครั้งแรก เธอนึกไม่ถึงเลยว่า จะมีมุสลิมอาศัยอยู่ที่ราบสูงแห่งนี้เป็นจำนวนมาก เธอเชื่อว่าในสถานการณ์ที่ปริมาณความต้องการของตลาดโลกมีการเพิ่มขึ้นนี้ อาหารและสินค้าฮาลาลของมณฑลชิงไห่จะต้องพัฒนาอย่างรวดเร็ว มณฑลชิงไห่เป็นมณฑลที่ได้เปรียบทางด้านอาหารฮาลาล โดยเฉพาะเนื้อวัวและเนื้อแกะและวัตถุดิบของมณฑลนี้ ได้รับการยอมรับจากตลาดโลกว่าเป็น Greenfood ที่มีรสชาติดี โปรตีนสูง ไขมันต่ำ ไม่เพียงแต่นักธุรกิจชาวอิหร่านคนนี้เท่านั้น ผู้เข้าร่วมงานดังกล่าวอีกหลายๆ คนก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกันว่าศักยภาพอาหารของฮาลาลของจีนนั้นค่อนข้างสูง

ปัจจุบัน มีมุสลิมทั่วโลกประมาณ 1500 ล้านคน ถ้ารวมผู้บริโภคที่ไม่ใช่มุสลิมก็อาจมีผู้บริโภคอาหารฮาลาลไม่ต่ำกว่า 2000 ล้านคน นับว่าเป็นจำนวนผู้บริโภคมากถึงหนึ่งในสามของโลก แต่ทว่าการส่งออกอาหารฮาลาลของจีนในปัจจุบันไม่ถึงหนึ่งพันล้านดอลลาร์ต่อปี หลังจากที่สิ้นสุดงานแสดงสินค้าและอาหารฮาลาลชิงไห่ในปีนี้ ผู้เชี่ยวชาญในจีนวิเคราะห์ว่า การรับรองมาตรฐานอาหารฮาลาล สากลของจีนนั้นกระทำได้ค่อนข้างลำบาก ปัจจุบันมีบางมณฑลในจีนนั้นมีการบังคับใช้ข้อกำหนด การรับรองมาตรฐานอาหารฮาลาล แต่อยู่ในลักษณะของต่างคนต่างทำ ยังไม่มีความเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกัน ในการส่งออกอาหารฮาลาลของจีนนั้นยังจะต้องผ่านหน่วยงานควบคุมอาหารฮาลาลของ ต่างประเทศ มีเพียงบางแห่งเท่านั้นที่ได้รับหนังสือมาตรฐาน H A L A L จากความร่วมมือของกรมปศุสัตว์และกรมศาสนาของมาเลเซีย แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดที่ผ่านระบบ H A L A L-H A C C P-G MP รวมทั้งระบบ ISO 9000  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การจำหน่ายอาหารฮาลาลสู่ตลาดโลก และภายในประเทศจีนขาดความคล่องตัว ในการจำหน่ายแต่ละครั้งจะต้องผ่านการขออนุมัติหลายขั้นตอน นอกจากจะเป็นการเพิ่มต้นทุนแล้วยังไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนา  อนึ่งแม้ว่าจะมีผู้ผลิตอาหารฮาลาลในจีนกว่า 6000 ราย ผู้ดำเนินกิจการทางด้านนี้ 120,000 ราย แต่บริษัทยักษ์ใหญ่มีเพียงไม่กี่ราย ส่วนมากจะเป็นธุรกิจที่มีขนาดเล็ก การประกอบกิจการอาหารฮาลาลยังอยู่ในขั้นตอนของการแปรรูปวัตถุดิบในระดับต้น และเป็นการแปรรูปแบบดั้งเดิม ยังขาดการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างสร้างสรรค์ และที่สำคัญคือประชากรมุสลิมในจีน ส่วนมากอาศัยอยู่ทางทิศตะวันตกของจีน  เนื่องด้วยเงื่อนไขทางด้านธรรมชาติต่างๆ การค้าระหว่างประเทศของภาคตะวันตกมีการพัฒนาค่อนข้างล่าช้า

รอง ผู้อำนวยการคณะกรรมการกลุ่มชาติพันธุ์แห่งชาติของจีน LuoLiming  ชี้ว่า การพัฒนาอาหารฮาลาลนั้นจะต้องใช้ นโยบายในการชี้นำ ดำเนินโดยนิติบุคคล ทั้งนี้จะต้องสร้างสภาพแวดล้อมในการลงทุนที่ดี เพื่อที่จะได้ดึงเงินทุนจากในและต่างประเทศเข้ามาร่วมพัฒนา จะต้องมีการสร้างเครือข่ายยกระดับคุณภาพของสินค้า เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และจะต้องอาศัยรูปแบบการดำเนินกิจการที่ทันสมัย และเปิดตลาดทั้งในและต่างประเทศ ยกระดับสินค้าและราคา เพื่อที่จะได้กลายเป็นหน่วยบริการอาหารฮาลาลที่มีอิทธิพลแห่งหนึ่งในโลก ถ้ามังกรยักษ์ตัวนี้ตื่นตัวในเรื่องอาหารฮาลาลเมื่อไหร่ ธุรกิจทางด้านอาหารฮาลาลของประเทศต่างๆ ก็น่าจะมีคู่แข่งขันที่น่าเกรงขามมากขึ้น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
http://www.qhnews.com/zt/system/2007/11/02/002244316.shtml
http://finance.ifeng.com/roll/20100811/2498166.shtml
http://www.wlmqwb.com/3229/syzt/hdzt/csj/focus/201008/t20100831_1356674.shtnml
http://www.cnfdn.com/news/Article_Show.asp?ArticleID=2579
http://www.foodindustrythailand.com/v17/index.php?option=com_content&view=article&id=1124&Itemid=130