“ดร.มหาเดร์” ชี้ มาเลเซียปล่อย 11 มุสลิมอุยกูร์ เพราะพวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด

แฟ้มภาพ

มาเลเซียได้ปล่อยตัวชาวมุสลิมอุยกูร์ 11 คนที่หลบหนีเข้ามาในประเทศ หลังจากการแหกห้องขังในประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากพวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิดที่นี่ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ดร.มหาเดร์ มูฮัมหมัด กล่าวเมื่อวันจันทร์นี้ (15 ต.ค.) แชนแนลนิวส์เอเชีย รายงานอ้างรอยเตอร์

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รอยเตอร์รายงานอ้างทนายความของชาวมุสลิมอุยกูร์เหล่านี้ว่า มาเลเซียได้ยกฟ้องและปล่อยตัวพวกเขาทั้ง 11 คนจาการถูกคุมขังในข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย และส่งตัวพวกเขาไปยังตุรกี โดยไม่สนใจคำขอของจีนที่ต้องการให้ส่งมอบตัวพวกเขาให้กับปักกิ่ง

“พวกเขาไม่ได้ทำผิดอะไรเลยในประเทศนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงได้รับการปล่อยตัวออกไป” ดร.มหาเดร์ กล่าวแสดงความเห็นกับผู้สื่อข่าวรัฐสภา ซึ่งถือเป็นการให้ข่าวครั้งแรกจากรัฐบาลมาเลเซียนับตั้งแต่พวกเขาได้รับการปล่อยตัว

รอยเตอร์ตั้งข้อสังเกตว่า ย่างก้าวของมาเลเซียน่าจะทำให้ความสัมพันธ์กับจีนตึงเครียด ซึ่งเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ ดร.มหาเดร์ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมและยกเลิกโครงการมูลค่ากว่า 20 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่ทำกับบริษัทต่างๆ ของจีน

จีนซึ่งขอให้ส่งพวกเขากลับไปในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ต่อต้านอย่าง “เด็ดขาด” ต่อการตัดสินใจของมาเลเซียในการปล่อยชาวอุยกูร์ 11 คนและส่งพวกเขาไปยังตุรกี

อัยการเสียงข้างมากของมาเลเซียได้ยกฟ้องพวกเขาด้วยเหตุผลมนุษยธรรม ทนายความของพวกเขากล่าว

ชาวมุสลิมอุยกูร์เหล่านี้ถูกกักขังและถูกตั้งข้อหาลักลอบเข้าประเทศมาเลเซีย หลังจากพวกเขาหลบหนีออกจากห้องขังในประเทศไทย โดยเจาะรูบนผนังและใช้ผ้าห่มเป็นบันได เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560

รอยเตอร์รายงานในเดือนกุมภาพันธ์ว่า มาเลเซียอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างหนักจากจีนที่ต้องการให้เนรเทศชาวอุยกูร์เหล่านี้กลับไป ขณะที่องค์กรสิทธิมนุษยชนพยายามที่จะให้มาเลเซียระงับการส่งตัวพวกเขาไปให้ปักกิ่งที่ถูกกล่าวหาว่ากดขี่ชนกลุ่มน้อยชาวอุยกูร์

ปักกิ่งกล่าวหาว่า กลุ่มหัวรุนแรงแบ่งแยกดินแดนจากชนกลุ่มน้อยอุยกูร์มีส่วนร่วมในการวางแผนโจมตีชาวจีนฮั่นซึ่งเป็นชนส่วนใหญ่ในเขตตะวันตกเฉียงเหนือของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์และที่อื่นๆ

จีนถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิในเขตปกครองตนเองซินเจียง ทรมานผู้ถูกคุมขังชาวอุยกูร์ และควบคุมด้านการนับถือศาสนาและวัฒนธรรมของพวกเขาอย่างแน่นหนา แต่จีนปฏิเสธการกระทำดังกล่าว

ในหลายปีที่ผ่านมา ชาวอุยกูร์หลายร้อยคนหรืออาจจะหลายพันคนสามารถหลบหนีการถูกคุกคามโดยเดินทางผ่านทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังประเทศตุรกี