ถอดรหัส ‘นครปัตตานี’ ? ‘บิ๊กจิ๋ว’ กางแผนที่ใจ อธิบายกลศึก!

ที่ผ่านมาคล้ายๆ ว่า บิ๊กจิ๋ว-พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จะล้างมือในอ่างทองคำ อำลาสนามการเมือง

แต่แล้วด้วยวัย 77 ปี ‘บิ๊กจิ๋ว’ ก็ตัดสินใจหวนคืนยุทธจักรอีกคำรบ…

และ เพียงแค่ ‘ขงเบ้ง’ เริ่มเปิดฉากเดินหมากล้อมที่เจ้าตัวบอกว่าคือ ‘สงครามครั้งสุดท้าย’ อุณหภูมิบนกระดานการเมืองไทยพลันร้อนระอุ…

‘พล.อ.ชวลิต ’ เลือกที่จะทักทาย ‘ขุน’ ฝ่ายตรงข้ามอย่าง ‘พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์’ เป็นคิวแรก ทั้งเรื่อง ‘ป๋าไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ’ หรือการไม่ให้เข้าพบเพื่อขอ ‘ลาบวช’ ไปจนถึงคำเตือน ‘ทรยศชาติ’…

ต่อเนื่องด้วยการเดินทางเยือน ‘กัมพูชา’ ซึ่งเป็นเสมือน ‘ออเดิร์ฟ’ สยองที่เสิร์ฟให้นายกรัฐมนตรีรุ่นหลานอย่าง ‘นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’

เหล่านี้เป็นท่วงท่าของ ‘บิ๊กจิ๋ว’ ที่บ่งบอกว่ายังไม่ทิ้งลาย ‘ขงเบ้งแห่งกองทัพไทย’…
และล่าสุดกับการจุดพลุ ‘นครปัตตานี’ ได้กลายเป็น ‘ทอล์กออฟเดอะทาวน์’ ที่ทุกฝ่ายจับจ้องแบบไม่กระพริบตา…

ด้วย บทบาทในอดีตของ ‘บิ๊กจิ๋ว’ ที่อยู่เบื้องหลังนโยบาย 66/23 การชู ‘นครปัตตานี’ เป็นทางออกดับไฟใต้ที่ลุกโชนมากว่า 6 ปี ครั้งนี้จะประสบความสำเร็จอีกหรือไม่?…ที่มาและแนวคิดนครปัตตานีเป็นเช่น ไร?…‘คำต่อคำ’ บนเซฟส์เฮ้าส์ชั้นแปดระหว่างกาแฟมื้อเช้าที่ บิ๊กจิ๋ว-พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เปิดโอกาสให้ ‘พับลิกโพสต์’ ซักถามนานเกือบสองชั่วโมงนั้น น่าจะเห็นคำตอบที่ชัดเจนของชายชื่อ ‘พล.อ.ชวลิต’

เหตุผลที่ท่านกลับมาสู่การเมืองอีกครั้ง

ตั้งแต่ เลิกไปแล้วนี่พยายามเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา  สถานการณ์ในบ้านเรารุนแรงมากขึ้น ทั้งในบ้าน รอบบ้าน นอกบ้าน ยังไม่มีผู้ใดเสนอแนวทางแก้ไขที่ถูกต้องเลย รัฐบาลเองก็บริหารบ้านเมืองเหมือนสถานการณ์ปกติ เศรษฐกิจไม่ดีก็กู้เงินมา เหตุการณ์บ้านเมืองกำลังจะเปลี่ยนแปลง สังคมกำลังเปลี่ยนแปลง มันถึงจุดแห่งการเปลี่ยนแปลง วิธีการแก้ไขก็ไม่มี พยายามเสนอแนะให้ก็ไม่เอา เราก็ได้รับคำด่ากลับมา เพราะฉะนั้นเห็นว่ามันไม่ไหวแล้ว เราเป็นคนที่สร้างบ้านสร้างเมืองนี้ให้มีความสงบ ไม่มากก็น้อย ภายใต้ร่มพระบารมีของพระเจ้าอยู่หัว เราคงไม่ปล่อยให้บ้านเมืองที่เราสร้างให้เกิดความสงบมาให้ยุ่งเหยิงในยุคนี้ ประกอบกับเรี่ยวแรงก็ยังมีอยู่

เข้ามาแบบเลือกข้าง แล้วทฤษฎีโซ่ข้อกลางยังใช้ได้อีกหรือเปล่า

วิธี การในการจะมาแก้ไขข้อขัดข้อง ได้เคยเสนอเรื่องโซ่ข้อกลาง เรื่องนี้ได้พยายามทำมา แต่เหนื่อยฉิบเป๋งเลย (หัวเราะ)  เพราะต้องพยายามดึงทั้งสองฝ่ายมาเชื่อมโยง ใครที่ทำหน้าที่แบบโซ่ข้อกลางมันก็เหมือนกับยูเอ็น ซึ่งต้องใหญ่กว่าคู่กรณีถึงจะทำได้ เราตัวคนเดียวทำไม่ไหว เสนอแล้วเขาก็ว่าโซ่สนิมบ้าง ก็ต้องใช้หนทางที่ 2 คือเลือกเข้ามาอยู่ในคู่ต่อสู้ เลือกเข้าอยู่ข้างหนึ่งข้างใด วันนี้เราเลือกแล้วเข้ามาอยู่ข้างนี้ แต่แทนที่จะต่อสู้ก็หันหลังกลับซะ มึงตีเราก็ไม่ตีกับมัน

ทำไมถึงเลือกเพื่อไทย

ผม ไม่ได้เลือก ก่อนจะมาทำงานเดินไปหาพี่น้องประชาชน ถามว่าควรจะอยู่ที่ไหน เดินไปหาคนจน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ที่เราต้องแก้ไข ทุกคนชี้มาที่นี่หมด รวมทั้งพี่น้องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ชี้มาที่นี่ ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะมา พี่น้องเลือกให้ ไม่ใช่เราเลือกเอง

ท่านมีโปรแกรมเดินทางไปเยือนประเทศเพื่อนบ้าน คนเขามองว่ากำลังสร้างเงื่อนไข?

ที่ ไปไปช่วยเขา ไปเจรจากับคุณฮุนเซ็น เพื่อนกัน  ทุกวันนี้ที่รักกัน เพราะเราช่วยเขา เขารู้ว่าเรารักเขา ไปบอกเขาว่า กองกำลังที่เผชิญหน้ากันอยู่มันอันตราย ต่างคนต่างถอนไปนะ เขาบอก..โอเคถอน  ถึงแม้ทางไทยยังไม่ถอน เขาถอนก่อนก็ได้ แล้วไทยจะถอนตามหลังเขาก็ไม่ว่าอะไร เป็นประโยชน์ไหมล่ะ

เมื่อถอนไป แล้ว กรณีพิพาทยังอยู่ ให้ใช้องค์กรระหว่างประเทศของเรา 2 ประเทศ  (คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา)  ซึ่งตั้งไว้แล้วมาแก้ไข คนไทยบอกว่าข้อขัดข้องอย่าเอาไปให้สากล ให้เป็นทวิภาคี อันนี้ไม่ดี เหรอ  ทำไมไปยุ่งกับเรื่อง 4.6 ตารางกิโลเมตร ในเมื่อเหล้าเขาก็กินเหล้าไทย บุหรี่ไทย ดูหนังไทย ฟังเพลงไทย อะไรก็ไทยหมด ห้าหกหมื่นล้านชายแดนกับกัมพูชา กัมพูชาส่งมาแค่เก้าพันล้าน เราส่งไปสี่หมื่นกว่าล้าน กำไรตั้งเยอะ เขาก็ยังต่อว่าเราอยู่ทุกวันนี้

อีก ประการ คนไทยบอกว่าด่านที่เปิดค้าขายมีแค่ 4-5 ด่าน เปิดอีก 2 ด่านได้ไหม เราไปคุย ฮุนเซ็นบอกว่าเปิดมาหมดเลยตลอดแนว เขาดีกับเรา ตรงที่ดีไม่เอาไปพูดกัน แต่ดันมาพูดตรงข้อสุดท้าย  เราก็นึกว่ามันดีน่ะความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องคนไทยกัมพูชา เขาบอกว่าเราว่า เขากับทักษิณเป็นเพื่อนกันน่ะ เราก็ชื่นใจก็นำมาบอกว่า เขากับทักษิณเป็นเพื่อนกันน่ะ แค่นั้นจริงๆ แต่ดันมีการไปหยิบเรื่องนี้มาพูด ทั้งๆ ที่เรื่องๆ ดีมีไม่นำมาพูด  ทีนี้จะไปมาเลเซีย ทางรัฐบาลก็บอกว่าไม่ได้ นาจิบต้องมาคุยกับเขาก่อน นาจิบก็อุตส่าห์ส่งจดหมายมา เขาเลื่อนเป็นอาทิตย์แรกของเดือนธันวาคม กำลังติตต่ออยู่ ไปจีนก็กำลังติดต่ออยู่ เพราะฉะนั้นไม่ได้มีอะไร

อีกฝ่ายมองว่าท่านมาช่วยคนที่หมิ่นสถาบัน ท่านจะว่าอย่างไร

การ จะเข้ามาก็จะดูว่าใครมีความคิดยังไง เหมือนกับว่าเราจะจับลูกเสือเราไปจับข้างนอกได้ไง เราต้องเข้าถ้ำเสือ เข้าไปวันแรกประกาศเลยจะมาพิสูจน์ว่าพรรคนี้ สีนี้ คนนี้ จงรักภักดีต่อสถาบันหรือไม่ บอกเขาต่อหน้า เขาตบมือกันเกรียว ถ้าหากเขาไม่จงรักภักดี เขาจะตบมือทำไม นี่พูดกันง่ายๆ เรื่องสถาบันเป็นเรื่องที่ผู้คนชอบพูดกันจริง ผมจงรักภักดี ไม่รู้เรื่องอะไร จงรักภักดีก็อยู่เฉยๆ ก็ได้

ท่าน เคยมีความรู้สึกเสียใจไหมต่อ 4 ปีที่ท่านทิ้งไปในขณะที่ท่านดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.ทบ. และผู้บัญชาการทหารสูงสุด แต่ท่านไม่เอาช่วงเวลานั้นมาปฏิวัติ ก่อนที่จะมาสู่การเมือง ในขณะที่ท่านมีอำนาจเต็ม

โห คำถามนี้ดีจังเลย  เพราะมันอยู่ในใจตลอดเลย กำลังคิดว่า เอ๊ะ! กูทำผิดหรือเปล่าว่ะ (หัวเราะร่วน) แต่ว่าทำไม่ได้ เพราะประการที่หนึ่ง พูดตรงๆ เลยน่ะ ข้อสำคัญที่สุด ประสบการณ์ทางการเมืองน้อยไป นี่ต้องรับตรงๆ คิดว่าถ้าออกมาทำสำเร็จ แม้เรามีความจริงใจต่อแผ่นดิน แต่ประสบการณ์น้อยไป

ประการ ที่สองที่ทำไม่ได้ เพราะตอนอยู่ในราชการทหาร ผมปราบการยึดอำนาจมา 2 หน มนูญกฤต (พลตรีมนูญกฤต รูปขจร) น้องรักเนี่ยะ คือยังไงมันก็เป็นน้อง พอทำไปแล้วก็เรียกมันมาเตะตูดทีหนึ่ง แล้วจับส่งเครื่องบินไปนอก เสร็จแล้วก็ต้องไปช่วยให้มารับราชการ ให้มาเป็นนายพล เราไม่ได้ฆ่าฟัน  เขาคงหวังดี แต่เขาคิดอีกทางหนึ่ง นี่ก็คือสิ่งที่ทำไม่ได้ เพราะตัวเองปฏิเสธเรื่องนี้มาตลอดเวลา

ประการที่สาม ที่คิดว่ามันน่าจะดำเนินการได้ ความเป็นจริงถ้าผมมีเวลาครบสี่ปี ผมทำได้น่ะ ทำสำเร็จแล้ว อะไรที่ผมต้องทำ Government of The People นั่นคือประชาธิปไตย แต่มันต้อง Government by The People นะ เพื่อจะ for The People

ผมก็คิดว่า คนไทยทำ by The People มา 77 ปีแล้ว ทำมานาน จนวันนี้ได้รัฐธรรมนูญ 18 ฉบับ รัฐธรรมนูญสร้างมาเพื่อทำ by The People ไง ต้องอย่างนั้นต้องอย่างนี้ มีกฏเกณฑ์ ต้องมีองค์กรโน้นองค์กรนี้มาคุม ต้องมีรัฐบาลที่ดี ต้องมีองค์กรพิเศษขึ้นมาควบคุม นี่ by The People นะ

ผม ก็คิดว่า ถ้าเรายังไปยุ่งอยู่กับเรื่องรัฐธรรมนูญอีก อย่างเก่งเราก็มีฉบับที่ 19 เดี๋ยวก็ถูกฉีกอีก เอาอย่างนี้ดีกว่าถ้าเราเป็นนายกฯ เราข้าม by The People ไปทำ for The People เสียก่อน ท่านสังเกตไหมครับว่า ผมทุ่มเทเพื่อแก้ไขปัญาความยากจนมาตลอดชีวิต ทุ่มเทมากเลย นั่นคือ for The People แล้วหวังว่าจะถอยหลังกลับมาสร้าง by The People ได้

เหมือนกับ เมืองจีนเดี๋ยวนี้ Government of The People แต่ไม่ใช่ by The People คือ by Communist Party of China โดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน ไม่ใช่ by The People แต่ว่าเขา for The People และเขาก็พยายามให้สิทธิเสรีภาพเพื่อจะทำ by The People ให้ได้

แต่กอร์บาชอฟ ไม่ได้ทำอย่างนั้น พอเปิดประเทศปั๊บ เขาทุ่ม by The People เลย ทำโน่น ทำนี่ ทำนั่น เลยพัง! นี่คือสิ่งที่ผมคิดอยู่ในใจผมมาโดยตลอด

คนมักประณามเรื่องลาออก  โดยเฉพาะการลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ท่านมีความรู้สึกอย่างไร และเพราะอะไรถึงลาออกเอาดื้อๆ

ที่ ต้องลาออกเพราะตอนผมเข้ามาอยู่ ก่อนหน้าผมมา 10 ปี เมืองไทยขาดดุลการค้ามาตลอด ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดถ้าเป็นคนเป็นบริษัทนี่ก็เจ๊งไปแล้ว ล้มละลายไปแล้ว ตอนผมเข้ามา ผมก็บอกกับเจ้าหน้าที่ของผมเลยว่า เฮ้ย! อั๊วะไม่ได้รู้เรื่องหรอกนะ ไอ้เศรษฐกิจ   สะเกิดอะไร แต่มีเพื่อนมันบอกมาว่า ระวังให้ดีน่ะชวลิต ยูจะถูกโจมตีค่าเงิน เพราะว่าค่าเงินไม่ตรงความเป็นจริง เพราะเราขาดดุลเงินต้องตก แต่นี่ดันเงินแข็งอยู่นั่น เพราะอะไร เพราะเขาไม่ยอมเปลี่ยนแปลงค่าเงิน เราบอกให้ปรับค่าเงินมันก็ไม่ปรับ  เพราะมันเอาเงินมาจากเมืองนอกดอกเบี้ยถูก เอามาปล่อยในเมืองไทยดอกเบี้ยแพง เอาแต่เงินเข้ามาจนกระทั่งหุ้นขึ้นเป็น 1700 จุด  ปั่นราคาที่ดินจากไร่ละพันเป็นไร่ละแสน พอถึงเวลาก็เจ๊ง พอเขาถอนเงินออก หนี้สินก็มี ค่าเงินตก

นี่คือสิ่งที่ผมบอกแล้วแต่เขาไม่เชื่อผม ไม่ใช่ผมรู้เรื่องอะไร เอาล่ะ มึงไม่เชื่อก็อย่าเชื่อ เพราะเราต้องเชื่อมันนี่หว่า (หัวเราะ) พออยู่ต่อมาอีกสักพัก เงินไหลออกอย่างที่ว่า แบงก์ชาติเอาไม่อยู่ ใครก็เอาไม่อยู่ ต้องมาหานายกฯ ให้เราออกไปพูดหน่อยเถอะว่าไม่ลดค่าเงิน ให้รับรองเพื่อไม่ให้เงินไหลออก ผมก็ถามว่า แล้วทำไมเอ็งไม่ปรับ มันบอกปรับไม่ได้ต้องยืนอยู่อย่างนี้ ว่ะ! มันเป็นผู้ชำนาญการ ก็ถาม เอ็งไม่ปรับแน่นะ? ไม่ปรับ เราก็ออกไปพูด

จำ ได้ไหมผมออกไปทุบโต๊ะ นี่นายกฯ พูด ไม่มีลดค่าเงิน ค่าเงินมันก็หยุดไหลออก พออีกไม่กี่อาทิตย์ แม่ง! ถือมามือสั่นเลย ให้เราเซ็น เราไม่เซ็นได้ไง ถ้าไม่เซ็นเป็นหนี้กันตาย เราก็เห็นว่าถ้าลดค่าเงินเดี๋ยวส่งออกมหาศาล แค่ปีเดียวใช้หนี้หมดหมื่นสองพันล้านเหรียญทำไมจะไม่หมด เดือนหนึ่งได้กำไรพันล้านเหรียญ แทนที่จะขาดดุลกลับได้ดุล แต่ว่า พอเซ็นประกาศไปอย่างนี้เราต้องรับผิดชอบ นี่คือสิ่งที่ทำให้ต้องลาออก เพราะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่พูด

โอเค ผมอาจจะทำแบบที่มันทำกันอยู่ทุกวันนี้หรือที่ผ่านมา คือ กูพูดอย่างทำอย่าง แ-ม่-ง ตลอดชีวิตก็ได้ ไม่เห็นเป็นไรเลย …อาจจะดีก็ได้เนอะ (หัวเราะ)

แต่ด้วยความเชื่อว่า เราต้องสร้างรูปแบบของนักการเมืองที่ดี นี่คือสิ่งที่หวังที่คิด  แต่มันกลับว่า มึงเดี๋ยวออกๆ

ลา ออกครั้งแรกเรื่องอะไรรู้ไหม คือลาออกจากทหาร เหลือเวลาอีกสี่ปีแทนที่จะใช้อำนาจ ออกมาเพื่อจะมาเดินทำงานให้ประเทศ มันไม่ชอบ มันกลับบอกว่า มีมนุษย์คนไหนเขาออกกันบ้างยามมีอำนาจ เราออกเพื่อให้เห็น มันว่าไม่ดีอีกแล้ว

ออกครั้งที่ 3 ออกตอนคุณสมชาย ซึ่งตอนแรกท่านสัญญาว่าจะให้ดูแลเรื่องความมั่นคง เราก็ขอแก้ปัญหา หนึ่งเรื่องความแตกแยกของคนในชาติ สองเรื่องภาคใต้ สามเรื่องชายแดนทั้งหมด และสี่เรื่องความยากจน

พอมาอยู่กันได้นิด เดียว คุณสมชายประกาศว่า เรื่องความมั่นคงนายกดูแลเอง ไม่ใช่พล.อ.ชวลิต ผมจะออกตั้งแต่วันที่ท่านประกาศ ที่ 1 ตุลาแล้ว แต่ก็กัดฟันอยู่ช่วย พออยู่รับผิดชอบ สั่งการแล้วมันไม่เป็นอย่างนั้น เราก็รับผิดชอบ โทรถึงท่านสมชาย ท่านนายก มันรุนแรงน่ะ ไอ้ที่ทำกันอยู่ ผมสั่งการ ดังนั้นผมต้องรับผิดชอบ ท่านบริหารไป มันต้องมีคนรับผิดชอบ ต้องตัดแขนตัดขารักษาชีวิต ผมยอมเป็นแขนขาให้ มันไม่ยักชมเรื่องนี้ มันเอาแต่ด่า

อำนาจในประเทศนี้กว่าจะได้มาบางทีถึงกับต้องมีการปฏิวัติ แต่ท่านมีอำนาจอยู่แล้วกลับลาออก

ที่ ลาออกเพราะผิดคำพูด นายกรัฐมนตรีผิดคำพูดไม่ได้ โดยเฉพาะยิ่งสิ่งที่เป็นเรื่องสำคัญ คือการลดค่าเงิน ผมบอกผมไม่ลด เพราะอะไร มันหลอกเราบอกว่าไม่ลด แต่ไม่ใช่ว่าพอผิดคำพูดแล้วผมลาออกเลย ไม่ใช่ ตั้งแต่กรกฎาผมออกพฤศจิกา เพราะต้องประคับประคองให้ทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีก่อน ค่าเงินขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว ตลาดหุ้นคงที่ ได้ดุลการค้ามา 3 เดือนติดต่อกันแล้ว ก็คงอีกปีเดียวหนี้สินก็คงหมด ถึงลาออก นี่คือความรับผิดชอบ เราจะต้องสอนให้ลูกหลานเราหรือนักการเมืองให้เห็นว่า การที่เป็นนักการเมืองต้องมีความสัตย์ซื่อ ต้องมีความยึดมั่นในสิ่งที่ตนเองทำตนเองพูด นี่คือสิ่งที่ควรจะยกย่อง ไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาว่ากันว่า ออกอีกแล้ว โดยไร้เหตุผล

ที่มาของการนำเสนอนครปัตตานี

ความ เป็นมา ประการที่หนึ่งคือ เป็นนโยบาย ที่เราต้องนึกถึงความปรารถนาของประชาชน นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด และเป็นเรื่องใหญ่ การจะทำอะไรให้กับพี่น้องประชาชนต้องรู้ว่าเขาต้องการอะไร ซึ่งไม่มีอะไรจะดีไปกว่าให้เขาดูแลตัวเขาเอง อาจจะเว้นบางเรื่องที่มีความสำคัญและทำไม่ได้ นอกนั้นทั้งหมดให้เขาดูแลตัวเอง นี่คือที่มาการปกครองโดยพี่น้องประชาชน หรือที่เรียกตามกฎหมายไทยว่าการปกครองท้องถิ่น

ส่วนเรื่องที่สองที่ มีความสำคัญมาก เราต้องให้เกียรติพี่น้อง เกียรติของพี่น้องมลายูปัตตานี เขามีประวัติที่ยิ่งใหญ่มาในอดีต เช่น สมัยลังกาสุกะ เป็นต้น ปัตตานีคือเมืองที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ยิ่งใหญ่เพียงในเรื่องทางด้านที่ตั้ง เศรษฐกิจ ความเจริญก้าวหน้า แต่มีความยิ่งใหญ่ทางวัฒรธรรม ศาสนา ภาษา ทางด้านอะไรต่างๆ อีกมากมายก่ายกอง ถ้าเราจะเอาความยิ่งใหญ่กลับคืนมาอีกทีในยุคสมัยเราก็เป็นสิ่งที่งดงามมาก เลย

ผมเห็นว่าตรงนี้เป็นจุดที่จะรวมหัวใจของพี่น้อง ให้มาร่วมกันทำงานให้เสร็จสิ้น หรือว่าได้เริ่มต้นในยุคเราสมัยเรา แล้วก็ให้เสร็จสิ้นในสมัยเราให้จนได้ ซึ่งทำได้ถ้าทุกคนมีความตั้งใจจริง รวมทั้งได้การสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างชัดเจน

การที่จะดำเนินการอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัญหาที่พูดถึงนครปัตตานี  คือความขัดแย้งของพี่น้องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องการให้เกียรติกับคู่กรณีเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก

ผมรังเกียจมาก เลยในการที่กำหนด หรือมีการระบุ การเขียน การพูด  ว่าปัญหาที่เป็นศูนย์กลางของพี่น้องใน 3 จังหวัดคือปัญหา ‘การแบ่งแยกดินแดน’ ครั้งสุดท้ายมีการเขียนในเอกสารการสัมมนาที่สถาบันพระปกเกล้า เขาเชิญผมไปบรรยาย ผมไม่ไป ผมปฏิเสธ ผมรังเกียจตรงนี้ ถ้าตรงที่เป็นปัญหา เป็นศูนย์กลาง หรือเรื่องสุดท้ายที่ต้องได้รับการแก้ไข และเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด คือ ‘เรื่องการแบ่งแยกดินแดน’ ทุกอย่างจะผิดหมด

ผมจึงพยายามเสนอถึงการก้าวไปอีกขั้นหนึ่งไปสู่ เรื่องที่เป็นปัญหาอย่างแท้จริง นั่นคือปัญหาทางด้านจิตใจ ความขัดแย้งในลักษณะนี้ ที่ไหนที่นั่น เขาพูดกันตลอดเวลาว่า ให้เอาชนะหัวใจและความคิด Heart & Mind ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ต้องข้ามไปถึงตรงจุดนั้น นั่นคือเป้าหมายที่มีความสำคัญมากที่สุด

เพราะ ฉะนั้น ถ้ามีการปฏิบัติอย่างที่ว่า เข้าไปสู่จิตใจ นั่นเป็นการปฏิบัติที่เราเรียกว่า ‘การปฏิบัติทางการเมือง’ ไม่ใช่เรื่องการพัฒนา ไม่ใช่เรื่องการเอาใจ ไม่ใช่เรื่องการแก้ไขความยากจน ไม่ใช่! อะไรที่ก้าวเข้าไปสู่การเอาชนะ Heart & Mind ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เราเรียกว่าการปฏิบัติการทางด้านการเมือง นี่คือที่มาทั้งสิ้น

แนวคิดและรูปแบบการปกครองเป็นอย่างไร

ส่วน เหตุผลที่ว่า จะมีองค์ประกอบ จะมีการจัด หรือมีการดำเนินการอย่างไร ผมไม่กล่าวถึง และมักปฏิเสธที่จะพูดถึง เพราะผมเห็นว่า สิ่งนี้เป็นความปรารถนาของพี่น้องประชาชน ต้องให้พี่น้องประชาชนเป็นคนกำหนดรายละเอียดเอง เพราะถ้าพี่น้องประชาชนไม่กำหนดรายละเอียด แล้วเราไปเขียนให้ ไปอธิบายใหญ่เลยว่าต้องมีอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ นั่นแสดงว่า ไม่ได้สนใจจะให้พี่น้องประชาชนได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ นี่คือหลักง่ายๆ ของผม

เพราะฉะนั้นเมื่อมีคนถาม ผมถึงบอกว่า นี่คือจุดที่ต้องการให้พี่น้องประชาชนลุกขึ้นมา แล้วก็มาบอกด้วยตนเองว่า ต้องการอย่างนี้ อย่างนี้ ซึ่งจะส่งผลให้มาเกิดข้อต่อไปที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือ จักรกลของการพูดจากันเพื่อจะแก้ไขปัญหาได้เริ่มขึ้นแล้ว

ใครที่เราจะต้องเจรจาด้วย

ทุก คนทราบดีอยู่แล้ว ก็คือพี่น้องประชาชน เราจะเห็นได้ว่ามีหน่วยงานหลายๆ หน่วยที่บอกว่า ไม่รู้จะเจรจากับใคร ก็รู้อยู่แล้วว่าพี่น้องประชาชนคือเป้าหมาย คือหัวใจ จะเจรจากับใคร ก็เจรจากับพี่น้องประชาชน (หัวเราะ) เพราะว่าสิ่งที่พี่น้องประชาชนขัดข้องหรือไม่สบายหัวใจ นั่นคือเงื่อนไขที่ทำให้พี่น้องของเราที่อยู่อีกฝ่ายหนึ่ง ลุกขึ้นมาปฏิบัติการได้  ถ้าเราบอกว่าเราจะเจรจากับใคร ก็เจรจากับพี่น้องประชาชน เจรจาเรื่องอะไร ก็ในเรื่องที่พี่น้องประชาชนต้องการ

เพราะฉะนั้นทุกอย่างมันอยู่ในตัวเองเสร็จหมดแล้ว ในการจะดำเนินการสิ่งนี้ให้สำเร็จ มันอยู่ที่การให้เกียรติระหว่างกัน

เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ผมทำงานเกี่ยวกับเรื่องความขัดแย้งของผู้คนในแผ่นดิน ฝ่ายหนึ่งจับปืนต่อสู้กับอีกฝ่ายหนึ่ง เราไม่เคยพูดเลยว่าฝ่ายพี่น้องที่จับปืนอยู่ในป่ามาสู้กับพี่น้องของตัวเอง ที่อยู่ในบ้านนั้นเป็นศัตรู เราบอกว่าเขาคือคนไทยเหมือนกับพวกเรา และมีความรักชาติเหมือนพวกเราด้วย แต่ว่าเขาคิดอีกอย่างหนึ่ง เขาเชื่ออีกอย่างหนึ่ง นี่คือการให้เกียรติ ถ้าท่านไม่ให้เกียรติกันจุดเริ่มแรกในการพูดจากันยุติลง

มีพวกเรา บางคน ผมเองก็เสียใจ เตือนไม่ทันบอกไม่ทัน อย่างเช่นน้องบังของผม (พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน) เผลอไปพูดเรื่องทบวง พี่น้องโทรมาหาผมเองเลย เอาอีกแล้ว ชอบพูดแต่เรื่องผู้ปกครอง ชอบให้ความสนใจแต่เรื่องผู้ปกครอง ทำไมไม่ให้ความสนใจกับผู้ที่อยู่ภายใต้การปกครองหรือพี่น้องประชาชนบ้าง นี่คือสิ่งที่เขาพูดกัน เราก็พยายามบอกว่าเขาคงไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น พยายามแก้ให้ ทำได้แค่นั้นแหละ

รูปแบบการปกครองของปัตตานีแตกต่างจากการปกครองของกรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ หรือต่างประเทศอย่างไร

อยู่ ที่พี่น้องประชาชน อยากให้พี่น้องประชาชนเป็นคนบอก เขาก็จะเริ่มศึกษากันว่าอยากจะได้อย่างไร นี่คือจุดที่จะเปลี่ยนความรุนแรงให้มาเป็นพูดจากันโดยไม่รู้ตัว โดยพี่น้องเองก็จะเข้ามาอย่างเต็มที่และไม่ใช่เป็นการหลอกให้เข้ามา นี่คือการที่เราเปิดทางให้เขาได้แสดงออกถึงเจตนารมณ์ของเขาอย่างชัดเจน

ส่วน ตัวผมนะ รูปแบบไหนก็ได้ที่ต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตและความเป็นไปที่เขาต้องการ แล้วมาดูกันว่าอันนี้ขัดต่อกฎหมายไหนไหม เพราะฉะนั้นมันต้องเริ่มจากพี่น้องต้องการยังไงบ้าง แล้วเรามาเสนอรูปแบบ ซึ่งมีอยู่แล้ว อบจ. หรือเป็นพัทยา หรือกรุงเทพฯ หรือเป็นอะไรที่เขากำลังคิดกันอีกหลายอย่าง

หากสามารถนำแนวคิดนี้ไปปฏิบัติได้จริงจะเกิดประโยชน์อย่างไรบ้าง

กลาย เป็นว่าภาคใต้เป็นผู้นำในเรื่องการกระจายอำนาจให้กับพี่น้องประชาชน  ซึ่งถือเป็นรูปแบบที่สำคัญในการนำไปสู่การปกครองโดยประชาชน เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง หรือที่เราเรียกว่าการปกครองที่เป็นธรรม หรือที่เราเรียกว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระ ประมุข

แล้วจะเริ่มต้นกันอย่างไร

วัน นี้พี่น้องเสนอมาแล้วน่ะ ให้หาชุดประสานงาน ชุดทำงานขึ้นมา ซึ่งใครก็ได้ ที่เป็นพี่น้องประชาชนในพื้นที่และมีความเข้าใจ เขาก็ผ่านความต้องการเขาลงมา เพราะฉะนั้นไม่ใช่ว่าต้องเปิดตัวเขา ไม่ใช่! อย่าไปแตะต้องขนาดนั้น ต้องตรงไปตรงมาและจริงใจต่อกัน สิ่งนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

ปัญหาความไม่ยุติธรรมและการไม่เคารพในศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ในภาคใต้ จะเป็นอย่างไรบ้างในนครปัตตานี

ถ้า เราทำมาให้เป็นองค์กรนครปัตตานี ที่อำนาจในการดำเนินงาน การบริหาร การปฏิบัติการทั้งหมด อยู่ในมือพี่น้องประชาชน มันก็ต้องทำเพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทั้งสิ้น นั่นจะตอบปัญหาทุกอย่างเลย

ท่าน คิดว่าขบวนการที่กำลังต่อสู้เขาจะยอมรับแนวคิดนี้ไหม ในเมื่อถึงจุดที่เขาสามารถแบ่งแยกดินแดนได้แล้ว เพราะโอไอซี ยูเอ็น กำลังจะเข้ามา มีการฆ่า เช่นกรณีไอร์ปาแย ตากใบ ที่ไม่เหมือนกับการปฏิบัติของมนุษย์ต่อมนุษย์

ในตอนต้นอาจมีความ รู้สึกอย่างนี้ แต่เมื่อกระบวนการเริ่มขึ้น เขาจะเห็นว่าอันไหนมันดีหรือไม่ อย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าผมเป็นพี่น้องที่กำลังจับอาวุธต่อสู้ ผมจะต้องทดลองดูสิว่ามันจะเป็นกระบวนการที่เหมาะสม ที่ดีกว่าที่จะนำความสันติสุข นำไปสู่ความยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าการแยกออกไปก็ได้

สิ่งที่เราเสนอให้นี้เป็นการเสนอที่ทุกคนต่อว่ามาก แต่เราบอกว่านี่คือสิ่งที่ภาษาอังกฤษว่า It’s a must หมายถึงมีความจำเป็น ถ้าคุณไม่ไปอยู่ในหัวใจเขา ลำบากเหลือเกินในการดำเนินงาน เชื่อผม! มีทุกอย่างพร้อม แต่ไม่มีใจซะอย่างเดียวให้เขา…ทุกอย่างจบ! เรื่องนี้จบ!

บาง คนบอกว่าแนวคิดที่ท่านนำเสนอนี้แค่เกมการเมือง และต้องการช่วงชิงการนำในทางการเมืองเท่านั้นเอง ไม่ใช่แนวคิดที่จะปฏิบัติจริงในจังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อเหตุเกิด ที่กรือเซะ มิถุนายน ปี 49 พอวันรุ่งขึ้นผมไปอยู่ข้างกรือเซะเลยน่ะ แล้วก็พูดกับพี่น้อง แล้วผมเสนอทันทีเลย ตั้งเกือบสี่ปีแล้วน่ะ ผมเสนอยุทธศาสตร์สามข้อ ผมจำได้

ประการที่หนึ่ง เป็นยุทธศาสตร์ที่จะรวมชาติไทยให้เป็นหนึ่งเดียว ที่มันเคยมีความสุขเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมา ที่เราเรียกว่า ยุทธศาสตร์ดอกไม้หลากสี ให้ทุกคนในชาติได้เห็นไม่ใช่เฉพาะพี่น้องต่างเชื้อชาติที่อยู่ในพื้นที่ เท่านั้นเอง ให้คนทั้งแผ่นดินได้เห็น และคนทั้งโลกได้รับทราบด้วย

ยุทธศาสตร์ ข้อที่สองคือ จะทำอะไรต่อได้นี่ ต้องอโหสิกัน ต้องมีความเข้าใจกัน ต้องนั่งพูดจากัน นั่นก็คือ ถอยคนละสามก้าว แล้วจึงนำไปสู่ยุทธศาสตร์ข้อที่สาม

เมื่อทุกอย่างพร้อมทุกคนเข้าใจ กันหมดแล้ว ก็มาสู่ยุทธศาสตร์ข้อสุดท้าย ก็คือ ‘นครปัตตานี’ อันนี้ได้เสนอตั้ง 4 ปีแล้วน่ะ ซึ่งสมัยนั้นคนที่เป็นพรรคการเมืองก็คนละพรรค ที่เป็นฝ่ายค้านตอนนี้ ตอนนั้นก็เป็นรัฐบาล รัฐบาลตอนนี้ก็เป็นฝ่ายค้าน

เพราะฉะนั้นได้ เสนออยู่ในเงื่อนไขที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าไปเป็นเงื่อนไขทางการเมืองแต่อย่างใด ถ้าเงื่อนไขทางการเมือง ตอนนั้นต้องไม่เสนออย่างนี้ เพราะตอนนี้เป็นฝ่ายค้าน ตอนนั้นเป็นรัฐบาล ผมจึงอยากยืนยันด้วยเหตุด้วยผล ว่านี่คือ มาจากใจ นี่คือสิ่งที่เคยพูดจากันมานานแล้ว

จากคำบรรยายของท่านเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยนูซันตารา และมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ มีจินตนาการในเรื่องนี้อย่างไร

ผม ได้เรียนให้ทราบแล้วว่า เราต้องเอาความยิ่งใหญ่ของนครปัตตานีในอดีตกลับมาในยุคเราสมัยเรา อาจจะมีคนบอกว่าทำไม่สำเร็จหรอก ก็ไม่เป็นไร ตั้งอกตั้งใจร่วมมือกันทำ ผมว่าสำเร็จน่ะ วันนี้คนทั้งโลกกำลังมองอยู่ว่าเราจะสร้างสิ่งนี้ให้เป็นผลสำเร็จไหม ไม่ใช่ว่าสงบกัน ต่อสู้กัน มันไม่ใช่!

หยุดต่อสู้ แล้วสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับลูกกับหลานในอนาคต หัวใจอยู่ตรงนี้

นู ซันตาราไม่ใช่เฉพาะมัสยิดเพียงอย่างเดียว แต่คือมหาวิทยาลัยที่ยิ่งใหญ่ เรามียูนิเวอร์ซิตี้ ด้วย แต่ขณะเดียวกันเราไม่ได้ไปทิ้งภูมิบุตร เรากำลังจะสร้างพื้นที่ตรงนั้นให้ประกอบด้วยทุกฝ่าย แต่ของเราอยู่ตรงกลางพอดีที่จะสร้างให้นครปัตตานีอยู่ตรงกลางหัวใจของผู้คน นี่คือสิ่งที่ต้องทำกันให้ได้ ผมขอร้องนะพวกเราทุกคนต้องช่วยทำสิ่งนี้ให้สำเร็จให้ได้ ผมไม่ได้อะไร แต่สิ่งที่เราอยากจะเห็นมันถูกละเลยมากันนานแล้ว

เจ้าหน้าที่รัฐไทยมักมองว่ามาเลเซียอยู่เบื้องหลังปัญหาชายแดนใต้

เรื่อง Outside Support เหมือนกับหลักการ เช่นสมัยก่อนมีการต่อสู้ พี่น้องก็ได้รับการสนับสนุนจากรัฐในอินโดจีนบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา ชายแดนฝั่งตรงข่้ามจะถูกเป็นข้อสงสัยตลอดเวลา แต่เรากับมาเลเซียใกล้ชิดกัน วันที่ อย่างท่านนาจิบก็รู้จักกันมากกว่า 30 ปี แม้กระทั่งคุณพ่อท่าน รู้จักแม้กระทั่งเลขาที่เคยทำงานกับคุณพ่อท่าน เราทำงานคู่กันมาเพื่อจะสร้างสันติภาพ และรู้กันว่าต้องสร้างความเป็นหนึ่งเดียว เพราะฉะนั้นความไว้เนื้อเชื่อใจมีกันอยู่ เราได้มาเลเซียช่วยดูแลพี่น้องเราที่ต้องหลบไปอยู่เพราะลำบาก

ถึงวันนี้พลเอกชวลิตพร้อมที่จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหรือไม่

ขอ เป็นแค่สมาชิกพรรค ประธานเขาตั้งให้ทั้งนั้น เราไม่ได้่อยากเป็น แต่ถ้าอยากตั้งเราเป็นอะไร ต้องเรียกประชุม เช่นประชุมใหญ่สามัญประจำปี เปลี่ยนนโยบาย ปรับปรุงเลือกตั้ง อะไรก็ว่ากันไป  มันต้องป็นเรื่องเป็นราว ไม่ต้องการอย่างนี้ แต่ว่าเขาก็อุตส่าห์ตั้ง เราก็บอกหลายทีขออนุญาตไม่เป็นนายกฯ นะ แก่จะตายอยู่แล้วจะเป็นนายกอีก  ขออยู่ข้างหลังช่วยลูกหลาน คนที่มีอำนาจแต่งตั้งก็ไปหาคนมาดีๆ เราจะช่วยให้ลูกหลานเป็น เราสบายใจกว่า

 

ที่มา : พับลิกโพสต์ ฉ.23 ธันวาคม 2552