สปุตนิก – ประธานาธิบดีอียิปต์ อับเดล ฟัตตะห์ ซีซี่ ลงนามพระราชกฤษฎีกายืดเวลากฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉินของประเทศออกไปอีกสามเดือน รายงานระบุว่า การตัดสินใจของประธานาธิบดีได้รับการสนับสนุนจากรัฐสภา และจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันพฤหัสบดี (25 ก.ค.)
ในพระราชกฤษฎีกาตั้งข้อสังเกตไว้ว่า กองกำลังทหารและตำรวจจะต้องทำทุกอย่างเพื่อต่อสู้กับการก่อการร้ายและแหล่งเงินทุนของการก่อการร้าย รวมทั้งปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน สำนักข่าว MENA รายงานเมื่อวันอาทิตย์ (21 ก.ค.)
ประกาศภาวะฉุกเฉินในอียิปต์เริ่มเมื่อเดือนเมษายน 2017 หลังการโจมตีโบสถ์คริสต์ในเมืองแทนตา (Tanta) และอเล็กซานเดรีย คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 50 คน และบาดเจ็บ 100 คน
กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบอิสลามิสต์ได้ตั้งเป้าโจมตีกองกำลังความมั่นคงในอียิปต์มานาน โดยเฉพาะในคาบสมุทรซีนาย อียิปต์ดำเนินการรักษาความปลอดภัยอย่างขนานใหญ่ในซีนายเหนือมานานกว่าหนึ่งปีเพื่อกำจัดกลุ่มติดอาวุธ ทั้งสังหารและจับกุมไปแล้วนับร้อย
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาบริติชแอร์เวย์และลุฟท์ฮันซาหยุดเที่ยวบินชั่วคราวไปยังกรุงไคโรเมืองหลวงของอียิปต์ ระบุว่าเพื่อความปลอดภัย หลังกระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรได้แนะนำผู้โดยสารเกี่ยวกับการเดินทางทางอากาศไปและกลับจาก ชาร์ม เอล ชีค ของอียิปต์
รัสเซียระงับการจราจรทางอากาศพลเรือนทั้งหมดไปยังอียิปต์ในเดือนพฤศจิกายน 2015 หลังเกิดเหตุระเบิดเครื่องบินรัสเซียระหว่างทางจากชาร์มเอลเชคไปยังเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ฆ่าทั้งหมด 224 คนบนเครื่องบิน
เที่ยวบินระหว่างรัสเซียและเมืองหลวงอียิปต์กลับมาดำเนินการต่อในเดือนเมษายน 2018 หลังทางการอียิปต์ได้ปรับปรุงด้านความปลอดภัย