ข้าพเจ้าเจอคำถามนี้ เมื่อไปบรรยายที่ ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา เมื่อ 16 มี.ค. 63
ละหมาดที่ยับยั้งความชั่วได้ คือละหมาดที่ดำเนินไปตามกฎจักรวาลแห่งอัลลอฮ ตัวละหมาดเองมิได้ลุกขึ้นมาสู้รบกับความชั่ว แต่ผู้ละหมาดอย่างเข้าใจเข้าถึงความศรัทธาต่ออัลลอฮต่างหากที่จะทำหน้าที่นั้น กล่าวคือการละหมาดจะช่วยขัดเกลาให้เขาเป็นผู้รักในความดีงามและรังเกียจความชั่ว มีความยำเกรงและละอายต่ออัลลอฮพระผู้เป็นเจ้าหากจะประพฤติชั่ว เขาจึงยับยั้งความชั่วของตนเองได้
นอกจากนี้จิตใจที่ถูกขัดเกลาอยู่เสมอผ่านการละหมาด จะกระตุ้นเตือนบุคคลมิให้ดูดายต่อกระแสความชั่วร้ายในสังคม แต่จะลุกขึ้นขจัดยับยั้งความชั่วร้ายเท่าที่สามารถจะทำได้
ดังนั้น เมื่อผู้ละหมาดเข้าใจเข้าถึงวิญญาณแห่งละหมาดจริง ความชั่วร้ายจะถูกยับยั้งให้บรรเทาลงอย่างแน่นอน
โคโรน่าไวรัสเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อมนุษย์ในปัจจุบัน ผู้รักษาละหมาดย่อมมิอาจดูดายได้ แต่จะร่วมมือขจัดภัยพิบัตินี้ตามกำลังความสามารถ เมื่อวิถีที่อัลลอฮกำหนดให้เป็นไปคือการแพร่เชื้อโรคจะทุเลาลงได้ ด้วยการที่คนเราหลีกเลี่ยงการรวมตัวจำนวนมาก ๆ ผู้ละหมาดก็ย่อมต้องเดินไปตามวิถีนั้น ด้วยจิตวิญญาณที่ปรารถนาจะยับยั้งความชั่วร้ายนั่นเอง
ส่วนการละหมาดที่ผู้ปฏิบัติทำไปโดยไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับชะตากรรมของเพื่อนมนุษย์ ไม่ฟังคำตักเตือนของผู้นำและผู้รู้ กระทั่งกลายเป็นคนแพร่เชื้อโรคสร้างความเดือดร้อนต่อผู้อื่น ย่อมมิอาจนับเป็นละหมาดที่อัลลอฮทรงกล่าวถึงได้ แต่เป็นละหมาดของผู้ที่ท่านศาสนทูต (ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม)เรียกว่า คนดื้อตะแบง มากกว่า
ท่านกล่าวถึงคนแบบนี้ว่า
هلك المتنطعون
คนดื้อตะแบงย่อมประสบความพินาศ

ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานสำนักจุฬาราชมนตรี ประจำภาคใต้, อิหม่ามมัสยิดบ้านเหนือ ต.คูเต่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา