62 นักศึกษาไทยในซูดานถึงปัตตานี โผกอดครอบครัว

กลุ่มนักศึกษาไทยในซูดาน 62 คน สวมกอดครอบครัวทันทีที่ถึงสนามบินปัตตานี

จากสถานการณ์สงครามกลางเมือง ระหว่างกองทัพซูดาน และกองกำลังติดอาวุธ ณ กรุงคาร์ทูม สาธารณรัฐซูดาน ส่งผลต่อพลเรือนคนไทยและนักศึกษาไทยมุสลิมที่ศึกษาในประเทศ ทำให้รัฐบาลไทย และรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย ทำการเข้าช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายนักศึกษาทันที โดยให้ขึ้นเรือออกจากเมืองซูดาน จากนั้นขึ้นเครื่องเดินทางไปยังซาอุดิอาระเบีย ก่อนขึ้นเครื่องบินเดินทางกลับประเทศไทย โดยมาถึงไทยเมื่อคืนที่ผ่านมา

ล่าสุดช่วงเช้าของวันนี้ ณ สนามบินบ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักศึกษาเยาวชนไทยที่ศึกษาที่ซูดานได้เดินทางมาถึงรอบแรก โดยมีเยาวชนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา สตูล นครศรีธรรมราช และพัทลุง รวมแล้ว 62 คนได้เดินทางมาถึงสนามบินบ่อทอง ด้วยเครื่องบิน C 130 ของกองทัพอากาศ

โดยเครื่องบินได้ลงจอดในเวลา 11.40 น. โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. และ พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เดินทางมาต้อนรับกลุ่มเยาวชนไทยด้วยตนเองที่สนามบินบ่อทอง พร้อมทั้งมอบดอกกุหลาบให้ทันทีที่เครื่องลงจอด

กลุ่มเยาวชนไทยต่างทยอยลงมาจากเครื่องบินพร้อมสัมภาระที่ติดตัว ก่อนจะเดินทางไปยังรถบัสที่จอดรอไว้เพื่อเดินทางไปยัง ค่าย พล.ร.15 ที่ทางเจ้าหน้าที่ได้เตรียมสถานที่ เพื่อให้เหล่าบรรดาครอบครัวของกลุ่มเยาวชนมารอต้อนรับ เมื่อถึงค่าย พล.ร.15 ต่างเดินเข้าสวมกอดกับพ่อแม่และคนในครอบครัว จนน้ำตาไหลออกมาทั้งครอบครัว ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นของความรักที่ได้เจอกันอีกครั้ง หลังจากผ่านเรื่องเลวร้ายมา

ในส่วนเรื่องการศึกษาต่อของกลุ่มเยาวชนนักศึกษาไทยที่เรียนประเทศซูดาน ทางกระทรวงศึกษาธิการและ ศอ.บต. ได้เตรียมการไว้ขั้นต้นว่า จะรอดูสถานการณ์ความรุนแรงของประเทศซูดานว่าจะร้ายแรงขึ้นอีกหรือไม่ ซึ่งหากไม่สามารถกลับไปศึกษาต่อที่ซูดานต่อได้ ก็จะเตรียมการให้กลุ่มเยาวชนนักศึกษาได้ทำการเทียบโอนวิชากับทางมหาวิทยาลัยในประเทศไทย เพื่อที่จะให้ได้สำเร็จการศึกษาครบทุกขั้นตอน

นายอะหมัด เจะแม นศ.ไทย เปิดเผยว่า จุดที่เกิดการปะทะกันไม่ไกลมากจากที่พัก ได้ยินเสียงปืน ระเบิดตลอดเวลา บางครั้งทุกคนก็ต้องหมอบกับพื้น

“การใช้ชีวิตอยู่ที่โน่นลำบากมาก อาหารการกิน น้ำดื่มก็มีน้อย อีกทั้งร้านค้าต่างๆพากันปิดหมด ทุกคนต้องอยู่ในบ้านอย่างเดียว ส่วนจะเรียนต่อหรือไม่นั้น ถ้าเหตุการณ์สงบลงก็จะไปเรียนต่อถ้ายังไม่สงบก็จะหาที่เรียนที่เทียบโอนในไทย ดีใจมากที่ได้กลับมาประเทศไทยอย่างปลอดภัย ตอนนั้นรู้สึกกลัวมากทำอะไรไม่ถูก โชคดีที่รัฐบาลไทย และรัฐบาลซาอุดิอาราเบียให้การช่วยเหลือพากลับบ้านในที่สุด ต้องขอขอบคุณมากๆ”

นางอัสมะ ดูงอโบด ครอบครัวนักศึกษารายหนึ่ง เปิดเผยว่าคอยติดต่อหาน้องอยู่ตลอด เพราะเป็นห่วงมาก

“น้องบอกว่าได้ยินเสียงปืน บางครั้งต้องหาที่หลบ และมีทหารเข้ามา ก็พยายามติดต่อน้องตลอด อยากให้น้องกลับมาให้ได้ จนวันนี้ทางรัฐบาลไทยได้ช่วยเหลือ รู้สึกโล่งใจมาก เจอครั้งแรกก็สวมกอดน้อง ท่ามกลางน้ำตาที่ไหลออกมาด้วย ขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือน้อง และเด็กไทยในซูดานทุกคน”