MEMO – สำนักงานนายกรัฐมนตรีอิรัก โมฮัมเหม็ด ชีอา อัล-ซูดานี แถลงเมื่อวันศุกร์ (5 ม.ค.) ว่า รัฐบาลอิรักกำลังจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อเตรียมการปิดภารกิจของกองกำลังพันธมิตรนานาชาติที่นำโดยสหรัฐฯ ในประเทศนี้
ถ้อยแถลงของซูดานีมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากสหรัฐฯ โจมตีสังหารผู้นำกลุ่มติดอาวุธในกรุงแบกแดด ทำให้เกิดความโกรธเกรี้ยวในหมู่กลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ทำให้มีการเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการมีอยู่ของกองกำลังพันธมิตรในอิรัก
“รัฐบาลกำลังกำหนดวันเริ่มต้นของคณะกรรมการทวิภาคีเพื่อจัดเตรียมการยุติการมีอยู่ของกองกำลังพันธมิตรระหว่างประเทศในอิรักอย่างถาวร” ถ้อยแถลงจากสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ
สหรัฐฯ มีทหาร 900 นายในซีเรียและ 2,500 นายในอิรักในภารกิจที่สหรัฐฯ ระบุว่ามีเป้าหมายเพื่อให้คำแนะนำและช่วยเหลือกองกำลังท้องถิ่นในความพยายามป้องกันการฟื้นตัวของกลุ่มไอซิส ซึ่งในปี 2014 ได้ยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ของทั้งสองประเทศนี้ไว้ก่อนที่จะถูกตอบโต้จนพ่ายแพ้
กลุ่มติดอาวุธที่ร่วมมือกับอิหร่านในอิรักและซีเรีย ต่อต้านปฏิบัติการโจมตีของอิสราเอลในฉนวนกาซา และถือว่าสหรัฐฯ ต้องรับผิดชอบบางส่วน
นายยกรัฐมนตรี ซูดานี ของอิรัก สามารถควบคุมบางกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้อย่างจำกัด ซึ่งเขาจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากหลายกลุ่มเพื่อขึ้นสู่อำนาจเมื่อปีที่แล้ว และตอนนี้ได้แต่งตั้งตัวแทนกลุ่มที่ทรงอำนาจในแนวร่วมการปกครองของเขา
“เราเน้นย้ำจุดยืนของเราในการยุติการดำรงอยู่ของกองกำลังพันธมิตรระหว่างประเทศ หลังจากที่เหตุผลในการดำรงอยู่ของกลุ่มพันธมิตรสิ้นสุดลง” ซูดานีกล่าวในถ้อยแถลง
ขณะเดียวกัน กลุ่มไอเอส ออกมาอ้างความรับผิดชอบในเหตุระเบิด 2 ครั้งในอิหร่านเมื่อวันพฤหัสบดี ที่คร่าชีวิตผู้คนไปเกือบ 100 รายและบาดเจ็บหลายจุด ณ อนุสรณ์สถานของนายพลกอเซม สุไลมานี จนทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางตึงเครียดมากขึ้น เมื่ออิหร่านออกมาประกาศว่าจะดำเนินการแก้แค้นต่อ “ผู้ก่อการร้าย” ที่ก่อเหตุครั้งนี้อย่างสาสม