sputnik สื่อรัสเซียรายงานว่า อดีตนักการทูตสหรัฐฯ จิม จาทรัส (Jim Jatras) ให้สัมภาษณ์กับ RT ว่า ข้อตกลงหยุดยิงซึ่งผลักดันโดยรัสเซียและสหรัฐอเมริกาบ่งบอกว่า วอชิงตันจะไม่ช่วยตุรกีในกรณีที่ตัดสินใจส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปยังประเทศซีเรียและอาจเกิดการปะทะกับรัสเซีย
“วอชิงตันแสดงชัดเจนให้อังการาเห็นว่า “อยู่ที่ตัวคุณเองและถ้าคุณโง่พอที่จะส่งกองกำลังของคุณลงไปในซีเรียจนถูกตะบันจากรัสเซียก็อย่าคาดหวังว่านาโตจะมาช่วยเหลือ” เขาตั้งข้อสังเกต
ชาติสมาชิกยุโรปขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ได้เผยท่าทีเช่นเดียวกันนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศลักเซมเบิร์ก ฌอห์น เอสเซลบอร์น (Jean Asselborn) บอกกับสื่อ แดร์ ชปีเกิล ว่าสมาชิกไม่อาจ “ยอมให้ตนเองถูกดึงเข้าสู่การขยายความขัดแย้งทางทหารกับรัสเซีย” อันเกิดจากความตึงเครียดล่าสุดระหว่างมอสโกและอังการา
ด้านนักการทูตเยอรมันคนหนึ่งที่ไม่เปิดเผยชื่อยืนยันว่า นาโต้จะไม่ “จ่ายราคาสำหรับสงครามที่เริ่มขึ้นโดยพวกเติร์ก”
จาทรัส ยังกล่าวด้วยว่า อังการาและริยาดอาจไม่ได้ตั้งใจช่วยรัสเซียและสหรัฐอเมริกา เพื่อจัดการยุติการสู้รบในซีเรีย
“ผมคิดว่าเหตุผลหนึ่งที่ข้อตกลงนี้มีขึ้น … เป็นเพราะเติกส์และซาอุฯ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ส่งเสียงดังมากถึงความมุ่งมั่นของพวกเขาที่จะเข้าไปแทรกแซงภาคพื้นดินในซีเรียเพื่อปกป้องสินทรัพย์ก่อการร้ายของพวกเขาที่นั่น แต่ด้วยเงื่อนไขว่า ถ้ามีชาวอเมริกันเป็นผู้นำ “เขาตั้งข้อสังเกต
ทั้งตุรกีและซาอุดีอาระเบียได้อ้างว่าพวกเขาพร้อมที่จะมีส่วนร่วมภายใต้การนำของสหรัฐที่จะปฏิบัติการภาคพื้นดินเพื่อจัดการปัญหาไอซิส แต่หลายฝ่ายสงสัยต่อความตั้งใจที่แท้จริงของพวกเขา ด้วยเหตุอังการาและริยาดได้ให้การสนับสนุนอย่างยาวต่อกลุ่มหัวรุนแรงต่อต้านอัสซาดที่มีความพยายามจะสร้างรัฐอิสลามในซีเรีย
นอกจากนี้หลายฝ่ายได้เตือนว่าสมรภูมิซีเรียยุ่งเหยิงอยู่แล้ว การเพิ่มเข้าไปของกองกำลังภาคพื้นดินนั้นมีแต่จะทำให้สถานการณ์บานปลายรุนแรงแทนที่จะช่วยให้ยุติ
จาทรัส กล่าวเพิ่มเติมว่า ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในซีเรียได้สร้างความหวังให้ประเทศที่เสียหายจากสงครามจากความขัดแย้งนานกว่าห้าปีว่าอาจจะได้รับการแก้ไข